ศาสตร์แห่ง การพนัน

statistic game feature img3

“ผมเกลียดการเสี่ยงดวง แต่รัก การพนัน” … ด้วยศาสตร์แห่งการพนัน เพื่อนของผมมักทราบดีว่า ผมไม่ชอบเล่นไพ่ป็อกเด้ง เพราะมันแทบจะใช้แต่ดวงเพียงอย่างเดียว เราไม่มีอำนาจในการควบคุมอะไรทั้งสิ้น สิ่งที่เรารู้สึกจะควบคุมได้ คือการขอไพ่เพิ่มเมื่อแต้มในมือต่ำไปนั่นเอง แต่ท้ายที่สุด คุณก็ยังวัดดวงกับไพ่ใบต่อไปอยู่ดี

การเสี่ยงดวงคืออะไร หากท่านผู้อ่านหลงเข้ามาอ่านบทความนี้ คงจะต้องมีความสนใจการพนัน หรือการเสี่ยงดวงอยู่บ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งบ่อนการพนันน้อยใหญ่ ก็ใช้ความรักความชอบนี้ เพื่อดึงลูกค้ามากมายให้มาใช้บริการ โดยไม่จำเป็นจะต้องโกงเลยด้วยซ้ำ (อาจจะมีโกงหรือไม่ ผมไม่ทราบได้จริงๆ) แต่ท้ายที่สุดบ่อนการพนัน ก็ไม่ได้เจ๊งและหมดเนื้อหมดตัวเหมือนอย่างผู้ติดการพนันบางคนเป็น

เพราะการเสี่ยงดวง คือหลักการทางสถิติอย่างหนึ่งนั่นเองครับ สถิติคือหลักการทางตัวเลขที่วัดความเป็นไปได้ของเหตุการณ์ต่างๆ เพื่อจะสามารถนำมาประเมิณโอกาสความเป็นไปได้ในอนาคต แต่ในความเป็นจริง เรามักโดนสถิติหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าครับ (บทความตัวเลขสถิติ หลอกเราได้อย่างไร) ยกตัวอย่างเช่น เรามาแทงหัวก้อยกันครับ ถ้าแทงหัวด้วยเงิน 100 บาท หากออกหัวได้ 95 บาท หากออกก้อยเสีย 100 บาท – คุณว่ายุติธรรมดีมั้ยครับ?

คุณอาจจะตอบผมว่า บ้าไปแล้วหรอ ดูแล้วไม่ค่อยยุติธรรมเลยนะสิ เวลาเสีย เสีย 100 บาท แต่เวลาได้ ได้แค่ 95 บาทเท่านั้นเอง ทั้งที่โอกาสความน่าจะเป็น มีเท่ากันแท้ๆ และคำถามก็คือคุณจะยอมเล่นเกมที่ไม่ยุติธรรมเช่นนี้หรือไม่? เพราะแท้จริงแล้วหลักการนี้ถูกแฝงไว้ใน การพนัน อย่างมากมายที่นักพนันยอมเล่น และตกเป็นรองอยู่บ่อยครั้ง เพราะเราไม่ได้เห็นโอกาสความน่าจะเป็นที่ชัดเจนเท่ากับการโยนหัวก้อย

หากผมทอยได้ หัว ติดกัน 4 ครั้ง ครั้งที่ 5 คุณจะแทงหัวหรือก้อยดีครับ?

ยังมีนักพนันจำนวนไม่น้อยที่เข้าเรียน วิชาคณิตศาสตร์ตอน ม.4 ไม่ครบคาบเรียน หรือได้คืนอาจารย์ไปเรียบร้อยหมดแล้ว เพราะแท้จริงแล้วการทอยเหรียญครั้งถัดไป ไม่มีความเกี่ยวข้องกับ ครั้งก่อนหน้าเลยสักนิดเดียว เหตุการณ์ทอยเหรียญทุกๆครั้ง มีความน่าจะเป็นเท่าเดิม คือครึ่งต่อครึ่ง ที่จะออกหัว หรือจะออกก้อย ก็ได้ทั้งสิ้น

หัวก้อย
หัว หรือ ก้อย

หลายครั้งหลายตาผมมักจะได้ยินสิ่งนี้บ่อยจากเพื่อนของผมที่โต๊ะรูเล็ต (roulette) ในคาสิโนต่างประเทศ “ออกดำติดกันมาสามครั้งแล้ว โอกาสจะออก ดำอีกรอบนี่น้อยมาก เชื่อกูสิ แทงแดงเลย” หากใครยังไม่เคยเล่น หรือไม่เคยเห็นรูเล็ตมาก่อน ให้นึกถึงภาพจานหมุน ที่มีลูกแก้วกลิ้งอยู่ในจาน โดยที่ขอบจานแต่ละช่อง มีทั้งการระบุตัวเลข มีทั้งสีดำสีแดง และหากเจ้าลูกแก้วหยุดที่จุดไหน คนที่แทงไว้ก็จะชนะและได้เงินรางวัลเป็นจำนวนใกล้เคียงกับความเสี่ยงที่มี 

เช่น แทงดำ 100 บาท หากออกดำ จะได้เงิน 200 บาท (100 บาทแรกที่แทง บวกกับ 100บาท ที่ชนะ) หรือแปลง่ายๆว่าได้ 1 เท่า ซึ่งแม้จะฟังดูง่าย แต่คาสิโนจะไม่มีวันแพ้ครับ ทำไม?

จานหมุน รูเล็ต (roulette)
จานหมุน รูเล็ต (roulette)

ยกตัวอย่างกลลวงทางสถิติง่ายๆ เช่นในโต๊ะรูเล็ต จานหมุนรูเล็ต จะมีเลขตั้งแต่ 0-36 (รวม 37 ช่อง) และถูกแบ่งเท่าๆกันอย่างละครึ่ง 18 ช่องเป็นสีดำ และ 18 ช่องเป็นสีแดง (ยกเว้นเลข 0 ไม่มีสี) ถ้าคุณแทงสีดำ 100 บาท โอกาสที่จะชนะ และออกสีดำคือ 18/37 = 48.65% เห็นไหมครับ โอกาสที่เราจะชนะเกมนี้ ไม่เคยเป็น 50% แม้จะถูกแบ่ง สีดำกับสีแดง เพราะเลข 0 นั้นไม่มีสีเพียงเลขเดียว และมันคือกำไรของบ่อนนั่นเอง

ขอเพียงคน 100 คน มีการกระจายตัวแทงคละกัน คาสิโนจะได้เงินแน่นอน 2.7 บาท ต่อ 100 บาท ที่คุณเล่น

คำถามต่อมาคือ ถ้าแทงตัวเลขล่ะ แทง 0 ไปเลย จะได้เงินเท่าไหร่? – ตอบ 36 เท่า (โอกาสชนะ 2.7%) หรือแปลง่ายๆว่า แทง 100 บาท หากชนะจะได้คืน 3600 บาท (หักกับ 100 บาทของเราเอง กำไร 3500 บาท) แปลว่าแท้จริงแล้ว เราได้เงินกลับมา ต่ำกว่าความเสี่ยงที่เกิดขึ้นเมื่อวางเงินพนันนั่นเอง เพราะมีทั้งหมด 37 ช่อง

คาสิโนเลยไม่จำเป็นต้องโกง ก็สามารถอยู่รอดด้วยอัตรา 2.7% จากเงินหมุนเวียนที่เกิดขึ้น โดยหวังว่านักพนันทุกคน คิดไม่เหมือนกัน และกระจายการแทงในทุกอย่างเท่าๆกัน หรือแปลง่ายๆว่า หากมีร้อยคน ก็ภาวนาให้ 50 คนแทงสีดำ และอีก 50 คนแทงสีแดง และเมื่อเล่นไปอีกหลายร้อยตา ค่าเฉลี่ยจะไม่มีทางผิดแปลกไปจากนี้

และการหวังค่าเฉลี่ยนี้เกิดขึ้นในทุกการพนันครับ ลองนึกสิครับ หากตาแรกคุณขนพวกไปแทงสีดำกันทั้งหมด 100 คน แล้วชนะ จะเกิดอะไรขึ้น? เจ้ามือต้องจ่ายทุกคน แล้วเลิกเล่นเลยหรือไม่?

คำตอบคือ

ไม่เลิกครับ

เขาก็จะไปเอาเงินมาเพิ่มและเล่นกับคุณต่อ และตราบใดที่คุณยังเล่น สถิติจะกลับมาเป็นฝั่งเจ้ามือที่ได้เปรียบเสมอ และนี่คือเคล็ดลับอย่างที่สอง:

เงินหน้าตักต้องเหนือกว่า

หลักสถิติการพนันแบบนี้ มีอยู่ในทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นฉลากกินแบ่งรัฐบาล ธนบัตรออมสิน หรือแม้แต่การประกันภัย คุณจะเห็นว่า คาสิโน ไม่เคยต้องการชนะคุณจากการแทงฝั่งตรงข้าม เขาเพียงต้องการให้คุณยังเล่นกับเขาอีกหลายๆตา และมีชนะบ้าง แพ้บ้าง ไปเรื่อยๆ เขาจะได้กำไรมาเองทีละเล็กทีละน้อย 

ลองคิดสิครับว่า หากคาสิโนนี้กินคุณทุกครั้งที่คุณเข้ามาเล่น คุณจะกลับมาอีกครั้งหรือไม่? คงไม่มีใครอยากกลับมาอย่างแน่นอน ซึ่งแปลว่า คาสิโนก็เพียงต้องการให้คุณแพ้บ้างชนะบ้าง เท่ากับสถิติ 48.65% ตามที่กล่าวมาข้างต้นนั่นแหละครับ

และผมก็ไม่ได้มองว่ามันคือการโกงนะครับ 2.7% ก็คือค่าบริการ พนักงานแจกไพ่ น้ำดื่ม แสงไฟ บรรยากาศ ฯลฯ ล้วนเป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นเพื่อให้บริการด้วยกันทั้งนั้น

เรามาลองดูกันครับว่า ธุรกิจคาสิโนใหญ่ๆ มีใครกันบ้าง

กลุ่มธรุกิจคาสิโน
กลุ่มธุรกิจคาสิโนรายใหญ่

Las Vegas Sands – ลาสเวกัส แซนด์ส กลุ่มคาสิโนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก หลายคนน่าจะคุ้นหูบ้าง หรือถ้ามองมาใกล้บ้านเราหน่อยก็คือ มาริน่า เบย์ แซนด์ส (Marina Bay Sands) ที่สิงคโปร์ หรือ เวเนเชี่ยน (Venetian) ที่มาเก๊า ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มนี้ด้วยเช่นกัน

ถ้าใครเคยไปเที่ยวที่เหล่านี้มาบ้าง ก็จะพอเข้าใจได้ว่า แม้คาสิโนจะมีการออกแบบเกมการเล่นที่ได้เปรียบเพียงเล็กน้อย แต่รายได้อันมหาศาลเหล่านี้ไม่ได้มาจากเฉพาะการเล่นพนันเพียงเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นตู้ อุปกรณ์ต่างๆ ก็เป็นสวนสนุกสำหรับผู้ใหญ่ สร้างความสุขสนุกสนานให้กับผู้เล่น รวมถึงบริการต่างๆ ตั้งแต่ โรงแรม 5 ดาว ร้านสินค้าหรู (การตลาดราคาแพง) มากมายเสมือนเป็นห้างย่อมๆ กันเลยทีเดียว 

venetien macao
ภาพบรรยากาศภายใน เวเนเชีย มาเก๊า (Venetien Macao) (cr:https://unsplash.com/photos/9Fa8oEqzRdk)
ภาพ คาสิโนภายนอก
ตัวอย่างตู้สล็อต (slot machine)

กลยุทธ์การตลาดของคาสิโนยังไม่จบเพียงเท่านี้ สวนสนุกสำหรับผู้ใหญ่แห่งนี้มีตัวเลือกและความท้ายทายให้เหล่าผู้ชื่นชอบ วนเวียนอยู่ต่อไป โดยที่คาสิโนหลายแห่งมักมีบัตรสมาชิกที่จะให้รางวัลพิเศษสำหรับผู้ที่เป็นนักเสี่ยงโชครายใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่กล้าวางเงินเดิมพันสูง เมื่อเก็บสะสมแต้มมาเรื่อยๆ คาสิโนก็พร้อมที่จะให้ของฟรีต่างๆ ตั้งแต่เครื่องดื่ม ห้องพัก รถรับส่งลีมูซีน จนแม้กระทั่งตั๋วเครื่องบิน 

ไม่ว่าคุณจะเสี่ยงโชคแพ้หรือชนะ แต่ถ้าใช้แต้มถึง อย่างน้อยๆ อาจจะได้บินกลับบ้านฟรี (ตอนคุณหมดตัว)

ยังไม่จบเพียงเท่านั้น คาสิโนที่ไม่ได้มาตรฐาน คุณอาจจะมีความเสี่ยงเรื่องที่ เครื่องอุปกรณ์การเล่น อย่างตู้สล็อต ถูกตั้งค่าอย่างไม่ยุติธรรม หรืออาจจะไม่มีทางชนะได้เลยด้วยซ้ำ

เพราะเมื่อเป็นอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์ การจะตั้งค่าให้ไม่ออกแจ็คพอตเลย คงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คาสิโนที่ได้มาตรฐานจะมีการใบรับรองจากผู้ตรวจสอบภายนอกที่เชื่อถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่ไม่โกง และมีอัตราความเสี่ยงต่อการจ่ายที่เป็นธรรม ซึ่งการรับรองนี้เป็นกฏหมายบังคับเฉพาะบางประเทศเท่านั้น (ใครจะไปเล่นที่ไหน ตรวจสอบดีๆล่ะกันครับ)

วีดีโอต่อไปนี้เป็นตัวอย่างการโกงจากเครื่องเด็กเล่นธรรมดาที่หาได้ตามร้านเกมนะครับ ดูแล้วก็ชวนให็คิดไม่น้อยว่า เครื่องสล็อตที่คาสิโน มันจะโกงด้วยวิธีแบบนี้หรือไม่ โดยที่ผู้ทดลองในคลิปนี้ได้สร้างอุปกรณ์ช่วยกดปุ่มให้ตรงจังหวะ โดยที่เมื่อไฟขึ้น มันจะกดปุ่มให้ตรงกับช่วงเวลาไฟกระพริบพอดี โอกาสผิดพลาดก็แทบจะไม่มี แต่เมื่อเอาไปทดลองที่ตู้เกมแล้ว กลับได้ผลไม่เป็นอย่างที่คาดไว้ ลองรับชมกันดูได้ครับ

ถ้าดูจากคลิปข้างบนแล้ว ก็จะเห็นว่า แม้แต่เครื่องเล่นเกม ยังสามารถตั้งโปรแกรมให้โกงกันได้เลย เครื่องหนีบตุ๊กตาก็อาจจะตั้งความหนักเบาของการคีบได้ และมีความเป็นไปได้ในหลายเกมอีกหลายวิธี

แต่ถ้าเรามุ่งหวังเพื่อจะชนะ จะพนันบนความเสี่ยงที่เราเป็นรองไปทำไม?

นี่คือที่มาว่าผมไม่ชอบการเสี่ยงดวงเท่าใดนัก แต่หากจะมีเกมใดที่เราควบคุมได้ นั่นก็คือ โป๊กเกอร์ (Poker) ครับ

โป๊กเกอร์เองก็มีหลายแบบครับ หากใครไปเดินเล่นตามคาสิโนใหญ่ๆ จะเห็นโป๊กเกอร์ที่เล่นสู้กับเจ้ามือ แจกสามใบบ้าง ห้าใบบ้าง แล้วแต่รูปแบบเกม ตรงนี้จะไม่ขอพูดถึงนะครับเพราะผมไม่ค่อยรู้รายละเอียดนัก แต่ที่ผมอยากจะกล่าวถึงก็คือ Texus Hold’em Poker (เท็กซัส โฮลเอ็ม โป๊กเกอร์)

Texus Hold’em Poker (เท็กซัส โฮลเอ็ม โป๊กเกอร์) นี้ถือเป็นการเล่นที่ต้องใช้ฝีมือ การบริหารหน้าตักมากกว่าดวง ถึงขนาดมีการแข่งชิงรางวัลระดับโลกกันเลยทีเดียว (สามารถติดตามอ่านเรื่อง โป๊กเกอร์ต่อได้ที่นี่) บังเอิญว่า Blog นี้ไม่ใช่เรื่องของการเล่นพนัน ขอเว้นไว้เพียงเท่านี้ก่อนล่ะกันนะครับ

โดยสรุป ศาสตร์แห่ง การพนัน คือหลักการสถิติ หากเข้าใจความเป็นไปได้ ความเสี่ยง และผลตอบแทน เมื่อเราเข้าใจเป็นอันดี เราจะรู้ทันเทคนิคต่างๆ ได้อย่างไม่ยากเย็น และนี่ไม่ใช่เพียงการเล่นพนัน ธุรกิจในสมัยนี้ก็ควรใช้หลักการสถิติ ในการทำงานมากขึ้นเช่นกัน (สถิติในธุรกิจ)

ขอให้ได้เลขเด็ดกันนะครับ ^^

Entrepreneurship, Credit Analyst, Marketing Executive, Strategic Planning Director and Investor - และทุกวันนี้ ผมยังเป็นนักเรียน ทุกสิ่งทุกอย่างรวมถึงการตลาดนั้นไม่เคยหยุดนิ่ง ฉะนั้นแล้วเราจะต้องไม่หยุดที่จะเรียนรู้