Digital Marketing Universe
Digital Marketing Technology

จักรวาล Digital Marketing ที่ไม่ได้มีแค่ Facebook และ Google

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า Digital Marketing เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง และถูกพูดถึงกันมาก แต่หลาย ๆ คนยังเข้าใจว่าในจักรวาลของการทำ Digital Marketing นั้นมีเพียงแค่การทำ Facebook และ Google ซึ่งผู้เขียนเองก็พอเข้าใจได้ในจุดนี้ เพราะเป็นสิ่งที่จับต้องได้ง่ายและเห็นอยู่บ่อยครั้งในชีวิตประจำวัน แต่นับว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายที่เรายังเข้าใจกันอย่างฉาบฉวยจึงส่งผลให้เสียโอกาสทางธุรกิจไป

Platform ยอดฮิต ที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปแล้ว

เรื่องที่น่าตกใจจากประสบการณ์ของผู้เขียนเองที่ได้พูดคุยกับผู้ใหญ่หลาย ๆ ท่านโดยตรง พบว่ายังมีความเข้าใจผิดอยู่ในเรื่องการพัฒนา Website ว่ายังเป็นเรื่องที่ควรอยู่ภายใต้การนำโดยแผนกไอทีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ผลงานที่สำเร็จออกมาจึงมักจะเป็น Website ที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ธุรกิจได้มากนัก

จุดประสงค์หลัก ๆ Website นั้นมีไว้สำหรับการสื่อสารบนโลกดิจิทัล เมื่อธุรกิจของคุณมี Brand มีอัตลักษณ์เป็นของตนแล้ว สิ่งที่คุณควรทำเป็นอันดับแรกนั่นก็คือ การนำเสนอข้อมูลและความเป็นตัวตนของธุรกิจของคุณออกไปให้โลกรับรู้

การทำ Website จึงเปรียบเสมือนการสร้างบ้าน(ทางดิจิทัล)ของคุณขึ้นมาสำหรับทำหน้าที่ต้อนรับ และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้ใช้งาน (User Experience) ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเรื่องของการตลาดเต็ม ๆ

 

เมื่อมี Website ที่ดีแล้ว แต่ถ้าไม่มีคนเห็น ไม่มีคนใช้งาน คงไม่เกิดประโยชน์อะไรถูกไหมครับ สิ่งที่เราต้องดูกันต่อไป คือเรื่องของ Channel คือช่องทางที่จะได้มาซึ่งผู้ใช้งาน Website และตรงนี้ล่ะครับจึงเป็นจุดเริ่มของคำที่เห็นผ่านตากันบ่อย ๆ ว่า “Digital Marketing ก็คือ Facebook และ Google” โดยเป็นช่องทางในการทำให้คนเห็นธุรกิจของคุณ ซึ่งจะมุ่งเน้นไปในเรื่องการสร้าง Awareness (การรับรู้) ผ่านทางสื่อดิจิทัลเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งจริง ๆ แล้วช่องทางอย่าง Facebook ยังสามารถทำหน้าที่ได้อีกมากมายหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น แพลตฟอร์มสำหรับการลงโฆษณา การทำ Content เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า และที่สำคัญด้วยความที่เป็นสื่อ Social Media จุดประสงค์หลัก ๆ ต้องเป็นเรื่องการปฏิสัมพันธ์กันระหว่างผู้คนในสังคม – Discussion, Sharing, Influencing, Interaction ซึ่งกันและกันระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ หรือระหว่างลูกค้ากับลูกค้าด้วยกันเองก็ตาม

กลับมาที่คำว่า Digital Marketing

ถ้าเราจะตีความให้เข้าใจมันอย่างถ่องแท้ ผู้เขียนอยากแนะนำให้รู้จักกับคำว่า Marketing Technology เทคโนโลยีทางการตลาดที่จะช่วยส่งเสริมการดำเนินธุรกิจของคุณ หรือเรียกสั้น ๆ ว่า MarTech คำ ๆ นี้น่าจะทำให้เราเห็นภาพของสายงานทางด้านนี้ได้ตรงตัว ชัดเจนมากขึ้น เรามาดูกันดีกว่าครับว่าจักรวาลของ Marketing Technology นั้นกว้างใหญ่แค่ไหน และจะมาผลักดันธุรกิจของคุณได้อย่างไร จากภาพ Marketing Technology Landscape ด้านล่างนี้

Marketing Technology Landscape
Ref: http://chiefmartec.com/2016/03/marketing-technology-landscape-supergraphic-2016/

เยอะแยะมากมายขนาดนี้ อย่าเพิ่งตกใจกันไปครับ เรามาไล่เรียงดูกันที่หัวข้อหลักกันก่อนดีกว่า ซึ่งจะแบ่งเป็น 6 หมวดของเทคโนโลยีด้วยกัน ดังนี้

  1. Advertising & Promotion (การลงโฆษณา)
  2. Content & Experience (การจัดการด้านเนื้อหาเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า)
  3. Social & Relationships (การบริหารงานด้านลูกค้าสัมพันธ์)
  4. Commerce & Sales (การขาย)
  5. Data (การจัดการข้อมูล)
  6. Management (การบริหารงาน)

จากที่กล่าวมาทั้ง 6 หัวข้อ จะเห็นได้ว่า ด้วยความครอบคลุมของ Marketing Technology ในทุกด้านเช่นนี้ จึงทำให้เกิดคำศัพท์ยอดฮิตขึ้นมาอย่างคำว่า Digital Transformation นั่นก็คือ การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินธุรกิจของคุณโดยใช้เทคโนโลยีหลาย ๆ ด้านเข้ามาช่วยส่งเสริมและผลักดันให้ธุรกิจของคุณก้าวตามยุคสมัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในโอกาสหน้า เราค่อยมาลงรายละเอียดของแต่ละหัวข้อ กับตัวอย่างการใช้งานเทคโนโลยีในแต่ละประเภทแบบเข้าใจง่าย ๆ กันดีกว่า ยังไงคอยติดตามกันต่อไปนะครับ

Nat Noraset
นักการตลาดดิจิทัล ผู้เริ่มต้นเส้นทางด้วยความหลงใหลในงาน Graphic Design งาน Website และ Multimedia คลุกคลี ต่อยอดไปสู่การสร้างแบรนด์ การสื่อสารและการโฆษณา ผ่านร้อนผ่านหนาวในงานการตลาดดิจิทัลและ e-Business กับองค์กรน้อยใหญ่ระดับประเทศ มานานกว่า 12 ปี ... และด้วยความใฝ่ฝันที่จะผลิตงานเขียนดี ๆ ของตน ไว้นำไปประดับห้องสมุดส่วนตัว สักเล่ม สองเล่ม